วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ลาพิส ลาซูลี

ลาพิส ลาซูลี
ลาพิส ลาซูลี รัตนชาติกึ่งสูงค่า (semi-precious stone) ถือว่าเป็นอัญมณีที่ค่อนข้างหายาก ถือเป็นของมีค่ามาตั้งแต่โบราณเพราะมีสีน้ำเงินสด
ลาพิส ลาซูลี ขุดกันที่จังหวัดบาดัคห์ชานในประเทศอัฟกานิสถานมากว่า 6,000 ปี และค้ามาตั้งแต่โบราณจนปรากฏในเครื่องประดับที่พบในอียิปต์โบราณก่อนยุคราชวงศ์ นอกจากนี้ ยังพบลูกปัด ลาพิส ลาซูลี ในที่ฝังศพที่เมห์รการ์ห์ คอเคซัส หรือแม้แต่ที่ไกลไปจากอัฟกานิสถานในมอริเตเนีย
ลาพิส ลาซูลี เป็นหินที่ขัดแล้วจะเป็นเงาขึ้น นำไปใช้เป็นเครื่องประดับ งานแกะสลัก กล่อง งานโมเสก เครื่องตกแต่ง และ แจกัน ในด้านสถาปัตยกรรมก็ใช้ตกแต่งประดับเสาของวังหรือ ศาสนสถาน
          หินลาพิสนั้นจะรู้จักกันในนามของแซฟไฟร์  มีลักษณะเป็นหินที่มีสีน้ำเงินครามและสีน้ำเงินปนเขียว ในเนื้อหินมักจะมีสีเหลืองประอยู่คล้ายกับมีทองคำแทรกในเนื้อหิน แต่ความจริงคือแร่ไพไรต์  โดยที่ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าหินลาพิสนี้เป็นหินแห่งเทพเจ้า เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจและเกียรติอันสูงส่ง และคอยปกป้องภัยอันตรายต่าง ๆ  โดยหินลาพิส ลาซูลี่ มีความหมายของหินนำโชค ก็คือหินชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วย แร่ 3 ชนิด ทำให้มีสีต่างกันคือ แร่ไพไรท์มีสีทอง, แร่คาลไซท์มีสีขาว, แร่ลาซูไรมีท์สีน้ำเงิน ที่ถือกันว่าเป็นอัญมณีที่ค่อนข้างจะหายากมาก และยังเป็นหินที่เป็นของมีค่ามาตั้งแต่โบราณ  ด้วยความมีสีน้ำเงินสด เป็นหินนำโชคที่เหมาะกับทุกราศีเกิด มีคุณสมบัติช่วยขจัดพิษร้าย   คนสมัยก่อนเชื่อว่าถ้าสัมผัสหินลาพิส ลาซูลีทุกวันจะนำความสุขใจ นำความสมหวังและมีชีวิตที่สุขสบาย เพราะเป็นหินที่เป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์และการมีสถานภาพที่สูงส่งในสังคม และเนื่องจาก 
หินลาพิส ลาซุลีมีเกล็ดเล็กระยิบระยับของแร่ไพไรท์อยู่ด้วย จึงทำให้นึกถึงประกายของดวงดาวยามค่ำคืนจะให้นอนหลับอย่างเป็นสุข  ลาพิส ลาซูลีนี้สามารถส่งคลื่นพลังกระตุ้นพลังกายทิพย์ในร่างกายให้สามารถมองเห็นลึกเข้าไปในจิตใจของทุกผู้คนมองลึกลงไปในปัญหาต่างๆ จึงมักเป็นหินที่ใช้เกี่ยวกับดวงชะตาโหราศาสตร์ มีพลังในการปกป้องคุ้มครองสูงมาก เสริมสร้างสติปัญญา และคุณสมบัติที่เด่น ๆ ของลาพิส ลาซูลีจะอยู่ที่แร่ไพไรท์ที่ฝังอยู่ในเนื้อหิน จะช่วยให้เรามองเห็นหนทางที่จะนำพาทรัพย์สินมาสู่ผู้เป็นเจ้าของ สามารถเรียกเงินเรียกทองได้ คนสมัยก่อนเชื่อว่าหินลาพิส ลาซูลีเป็นหินที่เปิดดวงตาที่สาม  อีกทั้งยังช่วยชักนำเพื่อนแท้ หินนำโชคลาพิส ลาซูลี ยังช่วยเสริมความกล้าหาญในการเผชิญหน้า การเข้าสังคม และเสริมความมั่นใจในตัวเองได้อีกด้วย นอกจากนี้แล้ว มากันดีกว่าค่ะว่า หินลาพิส ลาซูลีนั้น นำโชคให้แก่ผู้ที่เกิดวันต่างๆ ดังนี้

            วันจันทร์ เป็นอัญมณีเสริมความเมตตา เพิ่มเสน่ห์ เป็นที่รักใคร่ของผู้พบเห็น
            วันอังคาร และวันศุกร์ เป็นอัญมณีเสริมสร้างการงานให้ก้าวหน้ารุ่งเรือง ประสบความสำเร็จ
            วันพุธกลางวัน  และวันเสาร์ เสริมความร่ำรวย เสริมการเงิน
            วันพุธกลางคืน เสริมด้านสุขภาพ
            วันพฤหัสบดี เสริมลังให้มีอำนาจ เสริมสง่าราศี


วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เพทาย

เพทาย
เพทาย เป็นอัญมณีที่ได้รับความนิยมมากในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ด้วยสีที่หลากหลาย โดยเฉพาะสีฟ้า และ สีขาว จึงนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ อันที่จริงเพทายพบได้เกือบทุกสี ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว สีน้ำเงิน สีเหลือง สีน้ำตาล สีส้ม สีแดง สีน้ำตาลแดง และ สีขาว แม้กระทั่งสีม่วง แต่พบน้อย บางสีที่เห็นอาจไม่ใช่สีที่ได้จากธรรมชาติ โดยสีน้ำเงิน และ สีขาว ส่วนมากจะมาจากการปรับปรุงคุณภาพ ซึ่งเดิมเป็นสีน้ำตาล ส่วนสีเขียวเข้ม และ สีน้ำตาลเหลืองเป็นสีที่พบมากในธรรมชาตื ขณะที่ที่ลึกจะพบสีเหลืองทองซึ่งพบได้ยาก ดังนั้นจึงมีราคาแพง สีเหลือง และ สีขาว บางครั้งจะเรียกว่า “Jargoon” ซึ่งได้จากการเผาเพทายสึเหลือง และ สีน้ำตาล ส่วนเพทายสีฟ้าจะเรียกว่า “starlite” เพทายสีแดง และ สีน้ำตาลแดง อาจเรียกกันว่า “hyacinth”หรือ “jacinth” เพทายส่วนมากมาจากประเทศไทย และ ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียง

       ซึ่งเป็นที่ที่มีการปรับปรุงคุณภาพของเพทาย ไม่ว่าจะเป็นการเผา การขัด รวมทั้งการเจียระไน ก่อนที่จะส่งออกไปขายยังต่างประเทศ ส่วนมากนิยมนำเพทายสีน้ำตาลไปเผาเพื่อให้ได้เพทายสีฟ้า หรือ สีขาว ทั้งนี้เพทายแต่ละอันก็มีการตอบสนองต่อการเผาที่แตกต่างกัน เพทายสีฟ้าที่ได้จากการเผาอาจกลับไปเป็นสีเดิมได้หากได้รับการเผาอีกครั้ง การเผาเพทายเพื่อให้ได้เพทายสีฟ้า และ สีขาวนั้นเป็นผลมาจากเพทายสีฟ้า และ สีขาว หาได้ยากในธรรมชาติแต่กลับเป็นที่นิยม จึงได้มีการปรับปรุงคุณภาพของเพทายขั้น แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าเพทายนั้นจะมีสีฟ้า หรือ สีขาว ที่ได้จากธรรมชาติ หรือจาการเผาก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงทำให้เพทายสีฟ้า และ สีขาว มีราคาแพง เพทายนั้นทนทานต่อการกัดกร่อนทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นกรด หรือ เบส แต่เพทายอาจเกิดปฏิกิริยากับน้ำได้ ทำให้ความวาวของเพทายเปลี่ยนไปจากวาวแบบแก้วไปเป็นวาวแบบน้ำมัน ซึ่งเห็นได้ชัดหลังจากใส่เพทายที่เจียระไนแล้วไประยะหนึ่ง ความแข็งของเพทายอาจแตกต่างกันในแต่ละบริเวณของเนื้อพลอย โดยอาจเป็นผลมาจากการเจียระไน เพทายที่พบมักปรากฏเป็นรูปผลึก โดยรูปผลึกจะเป็นรูปแท่งปริซึมปิดด้านบน และ ด้านล่างด้วยพีระมิดสี่ด้าน เพทายมีองค์ประกอบทางเคมี คือ เซอร์คอนเนี่ยมซิลิเกต โดยมีแร่เหล็ก แร่ทอเรียม และ แร่ยูเรเนียม ปะปนอยู่ในองค์ประกอบบ้าง ซึ่งเป็นแร่กัมมันตรังสี ทำให้เพทายเกิดการแผ่รังสีออกมาเล็กน้อย เพทายจัดว่าเป็นพลอยหนัก


จากการที่มีค่าความถ่วงจำเพาะตั้งแต่ 3.95-4.86 โดยส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง4.18-4.70 ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้สามารถตรวจสอบได้ง่าย ทั้งนี้อาจมีคุณสมบัติบางอย่างที่แตกต่างกันไป เช่นจะพบการเปลี่ยนสีคู่ (dichroism) ในเพทายสีฟ้าเท่านั้น และ เพทายสีฟ้าจะมีความแข็งน้อยกว่าเพทายปกติ ประมาณ 7 ½ -6 ทำให้เมื่อนำเพทายไปทำเป็นแหวนจึงเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย และ ต้องนำมาแก้ไขอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุนี้จึงต้องเก็บรักษาอย่างดี โดยแยกเก็บต่างหากจากเครื่องประดับอื่นๆ โดยทั่วไปแล้วเพทายแบ่งเป็น 3 ชนิด ชนิดแรก คือ เพทายาที่มีสีเขียว สีเหลือง และ สีน้ำตาล บางครั้งอาจรวมถึงสีน้ำเงิน เพทายชนิดนี้มักพบในรูปของเม็ดกลม อีกทั้งยังแสดงลักษณะหักเหเดี่ยว และ ไม่ปรากฏลักษณะเปลี่ยนสีคู่ การเผาจะทำให้สีของเพทายจางลง เพทายชนิดนี้มีความถ่วงจำเพาะในช่วง 3.82-4.14 ความแข็งประมาณ 7 ¼ มีดัชนีหักเห 1.79-1.84 เพทายชนิดที่สองประกอบด้วยเพทายโทนสีแดง ซึ่งแสดงลักษณะการหักเหคู่ และ การเปลี่ยนสีคู่เล็กน้อย มักพบในรูปของผลึกเพทาย การเผาเพทายชนิดนี้ก็ทำให้สีจางลงเหมือนเพทายชนิดแรก เพทายชนิดนี้มีค่าความถ่วงจำเพาะอยู่ในช่วง 4.67-4.71 และ ความแข็ง 7 ½ มีดัชนิหักเหในช่วง 1.92-1.99 เพทายชนิดที่สามเป็นชนิดที่อยู่ระหว่างเพทายสองชนิดแรก ซึ่งหมายรวมถึงเพทายทุกโทนสี เพทายชนิดนี้นิยมนำไปเผาเพื่อให้เพทายเปลี่ยนสี การเผาทำให้สีของเพทายสวยขึ้น รวมถึงค่าความถ่วงจำเพาะ และค่าอื่นๆก็เพื่มขึ้นด้วย โดยค่าความถ่าวจะเพาะจะอยู่ในช่วง 4.30-4.70 ความแข็งประมาณ 7 ¼ - 7 ½ และค่าดัชนิหักเหอยู่ระหว่าง 1.79-1.99 เพทาย หรือคำว่า Zircon อาจมาจากภาษาอะราบิก โดยคำว่า vermilion หรือจากภาษาเปอร์เซีย คำว่า zargoon ที่หมายถึง สีทอง










เพทายสีฟ้า เป็นเพทายสีที่ได้รับความนิยมมากเอกลักษณ์ของเพทายสีฟ้า อยู่ที่สีฟ้าที่เหมือนสีฟ้าใส และสีฟ้าของน้ำทะเลลึก (เป็นสีฟ้าอมเขียว)ยิ่งได้สีฟ้าเข้มสดเท่าไรก็ยิ่งสวยและยิ่งหาได้ยากมาก

วัขรมณี โทร.064-546-6810

ฟลูออไรด์

ฟลูออไรด์ (Fluorite)
ฟลูออไรด์ เป็นหินที่มีหลากหลายสีเช่น สีม่วง สีฟ้า สีเหลือง สีชมพู สีเขียว ซึ่งมีส่วนผสมของแร่แคลเซียม และฟลูออรีน แร่ชนิดนี้เมื่ออยู่ในเตาถ่านจะส่องแสงเป็นสีน้ำเงินอมเขียว ทำให้ดูเหมือนหิ่งห้อย จึงถูกเรียกว่า “แร่หิ่งห้อย” 


          ในความเชื่อดั้งเดิมจนถึงปัจจุบัน แร่ธาตุในฟลูออไรด์ มีผลช่วยในเรื่องเกี่ยวกับการรักษาโรคกระดูก และอาการปวดที่มีผลมาจากโรคกระดูก ฟลูออไรด์ยังช่วยแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับโรคฟันและเหงือก ควรนำไปวางไว้ที่ตำแหน่งที่มีอาการปวดของร่างกาย หรือพกติดตัวไว้เวลาทำงาน หรือการเดินทางไกล ฟลูออไรด์ยังเป็นหินที่มีพลังของสัญชาติญาณ ทำให้เห็นภาพนิมิต หรือความคิดชั่ววูบเป็นความจริงได้


คุณสมบัติในการบำบัด
ฟลูออไรด์ ช่วยส่งเสริมและพัฒนาความรู้ทางด้านปัญญา ส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น การทำสมาธิ การหยั่งรู้เรื่องจิตวิญาณ การค้นหาความจริงในตัวเอง บรรเทาอาการของโรคปรสาทเสื่อม และช่วยบำบัดอารมณ์เครียด ฟุ้งซ่าน ตื่นเต้น อาการกระทบกระเทือนทางจิต และอาการลมชัก

ฟลูออไรต์ Fluorite จะมีคุณสมบัติในการบำบัดขา เข่า กระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ อย่างในอดีตมีการบันทึกว่า ถ้าปวดขา ปวดเข่า ก็สามารถใช้หินนี้ในการบรรเทาอาการปวดได้ หินฟลูออไรต์ จะมีสีเขียวเข้ม สีม่วงนิด ขาวหน่อย เขียวอ่อนอีกหน่อย อยู่ในเนื้อเดียวกัน สิ่งที่ทำให้เห็นว่าหินชนิดนี้มีพลังในการบำบัดได้ ชัดที่สุดคือ การนำฟลูออไรด์ มาสกัดเป็น สารฟลูออไรด์ (Fluoride) แล้วผสมในยาสีฟัน นั่นก็เป็นเพราะแร่ธาตุชนิดนี้มีคุณสมบัติในการบำรุงกระดูกและฟัน หินชนิดนี้เป็นที่นิยม และเมื่อนำมาใช้จะเห็นผลค่อนข้างชัด เช่น หากมีอาการปวดขา ปวดเข่า หากมีหินฟลูออไรด์ก้อนใหญ่ สามารถ นำหินนั้นไปแช่ทิ้งไว้ในอ่างน้ำสัก 10-30 นาที แล้วเอาเท้าลงไปแช่ ก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดขา ปวดเข่าได้


สนใจติดต่ด วัชรมณี ได้ครับ โทร.064-546-6810

วันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

โป่งข่ามแก้วขนเหล็กขนเขียว


           
โป่งข่ามแก้วขนเหล็กขนเขียว

                โป่งข่ามแก้วขนเหล็กขนเขียว หรือ กรีน รูไทล์ ควอตซ์ เป็นหิน รวมหินนำโชคทั้งสองชนิด คือ ควอตซ์และทัวร์มาลีนเขียว เข้าด้วยกันซึ่งจะส่งผลให้นำพาโชคลาภเพิ่มทวีคูณ ควอต์ซ เป็นหินที่สร้างความสามัคคีกลมเกลียวช่วยปกป้องคุ้มครองเจ้าของให้พ้นภัย บำบัดโดยการกำไว้ที่มือจะช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจทำงานได้ดีขึ้น ขจัดความเครียด ทำให้ใจสงบ ขึ้นทัวร์มาลีนเขียว เป็นหินที่มีพลังส่งเสริมให้เจ้าของสามารถรับรู้จิตใจและอารมณ์ที่แท้จริงของตัวเอง ลดส่วนเกินในจิตใจให้เกิดความสมดุล มีพลังในการรักษาได้หลายด้าน ช่วยขจัดความชั่วร้าย เสริมความสุข ปกป้องคุมครองเจ้าของจากภัยอันตรายหรือสิ่งอัปมงคลและนำมาซึ่งโชคลาภอันใหญ่หลวงแก่เจ้าของ นอกจากนี้ยังใช้เพื่อดึงดูดเงินและความสำเร็จในธุรกิจ ส่งผลให้กิจการเจิญก้าวหน้าอย่างดียิ่ง
______________________________________________________________________
โป่งข่ามแก้วขนเหล็กขนเขียวของทางร้านวัชรมณี เม็ดนี้ 
ราคา 500 บาท
หรือติดต่อ วัชรมณี โทร.064-546-6810





คาถาบูชาแก้วโป่งข่าม  

ป้องกันภัย,แคล้วคาด                นะมะพะทะ นิมิพิทิ นุมุพุทุ  (แก้วทุกชนิด)
พิรุณแสนห่า                             พุทโธโมเธยยัง มุตโตโมเจยยัง ติณโณตาเรยยัง ปะสะหังปะตัง 
หมอกมุงเมือง                           เทวะรานะมานะ                    (ภาวนาให้เกิดความร่มเย็น)   
แก้วทราย                                  สะมามิมิทธิมามิ                     (เจริญด้วยสมบัติ ร่ำรวยเงินทอง) 
แก้วทุกชนิด                              นะอุกะอะ นะมะมะอะ มะอุมะนะ อะนะอะมะ อะอุอุมะ อุนะ อุอะ

         (เจริญด้วยทรัพย์สมบัติ ปราศจากโรคภัย) 

วันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ไม้กลายเป็นหิน "ซากพืชอันมีค่า"

ไม้กลายเป็นหิน

ไม้กลายเป็นหิน (อังกฤษ: petrified wood) คือซากดึกดำบรรพ์ของพืชประเภทหนึ่ง เกิดขึ้นจากท่อนไม้ถูกฝังกลบอยู่ใต้ผิวดินในสภาพที่ขาดออกซิเจนทำให้เนื้อไม้ไม่เน่าเปื่อย และถูกฝังแช่อยู่ในสารละลายซิลิก้าที่มีความเข้มข้นสูงเพียงพอ ในสภาพแวดล้อมที่ท่อนไม้และสารละลายซิลิกาได้สัมผัสกับออกซิเจนเป็นบางช่วงเวลาทำให้สารละลายซิลิกาตกตะกอนในรูปของซิลิกาเจล สะสมตัวแทนที่โมเลกุลของเนื้อไม้ (replacement) จนทำให้ท่อนไม้ที่เป็นเนื้อสารอินทรีย์เปลี่ยนไปเป็นเนื้อหินซิลิกาแต่ยังคงรักษาโครงสร้างเนื้อไม้ดั้งเดิมเอาไว้
ด้วยระยะเวลานับเป็นหมื่นเป็นแสนปีหรือมากกว่านี้ ไม้กลายเป็นหินจะค่อยๆสูญเสียน้ำทีละน้อยและค่อยๆพัฒนาเป็นโอปอที่มีสีสันสวยงามได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมลทินซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ปะปนอยู่ในเนื้อของซิลิกาออกไซด์ ซึ่งแร่ธาตุต่างๆให้สีสันต่างๆกันไป เช่น
·        คาร์บอน ให้ สีดำ
·        โคบอลต์ ให้ สีเขียว/น้ำเงิน
·        โครเมียม ให้ สีเขียว/น้ำเงิน
·        ทองแดง ให้ สีเขียว/น้ำเงิน
·        เหล็กออกไซด์ ให้ สีแดง/น้ำตาล/เหลือง
·        แมงกานีส ให้ สีชมพู/ส้ม
·        แมงกานีสออกไซด์ ให้ สีดำ/เหลือง
มีรายงานการค้นพบไม้กลายเป็นหินในประเทศไทยหลายแห่ง ทั้งที่มีอายุเก่าแก่ถึงยุคไทรแอสซิกที่อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ได้รับการศึกษาวิจัยโดยนักบรรพชีวินวิทยาพืชชาวญี่ปุ่นว่า เป็นไม้สนสกุล อะรอคาริออกไซลอน (Araucarioxylon sp.) และยังมีรายงานการค้นพบกระจัดกระจายในชั้นหินมหายุคมีโซโซอิกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บ้านโกรกเดือนห้า อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ที่เป็นที่มาของการก่อสร้างและพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน และพัฒนาเป็นสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา



แหล่งไม้กลายเป็นหินขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 30 ตารางกิโลเมตรถูกค้นพบในเขตวนอุทยานไม้กลายเป็นหิน (Bantak Petrified Forest Park) อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก จากการสำรวจขุดค้นพบว่าท่อนไม้กลายเป็นหินฝังตัวอยู่ใต้ชั้นกรวดยุคควอเทอร์นารีซึ่งเป็นกรวดแม่น้ำโดยพิจารณาจากความเรียบและกลมมนของเม็ดกรวด จากการสำรวจภาคพื้นดินพบท่อนไม้โผล่ให้เห็นหลายสิบท่อน และได้มีการขุดขึ้นมาเพื่อจัดแสดงและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วจำนวน 8 ท่อนจากจำนวน 7 หลุมขุดค้น จากการวิจัยพบว่าเป็นไม้ทองบึ้ง (Koompassioxylon elegans) จำนวน 6 ท่อน และไม้มะค่าโมง (Pahudioxylon sp.) จำนวน 2 ท่อน (วิฆเนศ ทรงธรรม 2553) ถือว่าเป็นแหล่งไม้กลายเป็นหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย


หนึ่งในไม้กลายเป็นหินที่เป็นที่นิยมมากที่สุด คือ หินไทเกอร์อาย
หินไทเกอร์อาย หินที่มีความเชื่อว่าผู้ได้บูชาสวมใส่ จะมีความร่ำรวย มีพลังแห่งเงินทอง ไปไหนไม่ขาดแคลนเงินทอง มีเงินทองใช้อยู่เสมอ มีความร่ำรวยมีโชคลาภตลอดไป   และยังเป็นหินที่ดูดพลังความโกรธ ความเกลียดในตัวผู้สวมใส่ ให้ลดพลังโมโห ทิฐิ ลดลงมาได้มาก ทำให้ผู้สวมใส่เกิดความอ่อนโยนเมตตามากยิ่งขึ้น  พลังของหินไทเกอร์อายส์นี้ยังมีพลังที่ป้องกันการโดนสาบแช่ง การโดนต่อว่าจากผู้อื่นได้อีกด้วย และยังสามารถสะท้อนพลังงานไม่ดีออกไป และที่สำคัญยังมีความเชื่อว่า ช่วยบำบัดโรคภัยไข้เจ็บได้เช่น โรคหอบหืด โรคเกี่ยวกับหลอดลมทางเดินหายใจ โรคความดันโลหินสูง และยังมีพลังเพิ่มพลังให้แก่ผู้สวมใส่สามารถหยั่งรู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองเหมือนรู้เหตุล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้น




อ้างอิง
·        วิฆเนศ ทรงธรรม (2553) ธรณีวิทยาและบรรพชีวินวิทยาแหล่งไม้กลายเป็นหิน อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก. กรมทรัพยากรธรณี สำนักคุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ 68 หน้า

·        Asama, K. (1973) Some younger Mesozoic plants from the Lom Sak Formation, Thailand. In T. Kobayashi and R. Toriyama (eds.), Geology and Palaeontology of Southeast Asia, pp. 39-46, Tokyo University Press, Japan.
สนใจหินไทเกอร์อายติดต่อเราได้ครับ

วัชรมณี โทร.064-546-6810

วันจันทร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ตำนานพระเมืองฮอด หิน“จุ๊ยเจีย”

ตำนานพระเมืองฮอด


ตำนานพระเมืองฮอด หรือที่เรียกว่า "พระกรุฮอด" ซึ่งตามตำนานการขุดค้นพบทุกวัด
ในเมืองนี้ก่อนที่จะกลายเป็นเมืองบาดาลไป
พระหินสีเมืองฮอด จ.เชียงใหม่
พระพุทธรูปและพระเครื่องเนื้อแก้วผลึกที่ขุดค้นพบจากกรุตามเมืองในภาคเหนือและ
ภาคกลางมีแหล่งที่พบมากที่สุดคือ เมืองเชียงใหม่,เชียงรายและอยุธยา พระแก้วนั้นไม่ได้หล่อ หรือทำขึ้นจากแก้วธรรมดาตามที่เข้าใจกัน แต่เป็นแร่รัตนะชาติแท้ๆ


มี สีเขียว,สีขาว,น้ำเงิน,สีส้มอ่อน,สีแดง,สีเหลือง,สีม่วง เป็นต้น
โดย  สีเขียว เป็น มรกต,หยก,ฟลูออไรด์
       สีขาว(ขุ่นและใส) เป็น โป่งข่าม(หินเขี้ยวหนุมาน)ชนิดต่าง
       สีน้ำเงิน เป็น ไพลิน
       สีส้มอ่อน เป็น คาร์เนเลี่ยน
       สีแดง เป็น ทับทิม
       สีเหลือง เป็น บุษราคัม
       สีม่วง เป็น โป่งข่ามแก้วนางขวัญ
ในสมัยเชียงแสน และเชียงใหม่ นิยมสร้างพระแก้วสีเหลืองนี้เรียกว่าบุษย์น้ำทอง พระแก้วสีขาวเรียกว่าเพชรน้ำต้มหรือเพชรน้ำค้างสันนิษฐานว่าพระแก้วมีการสร้างทำและสืบทอดมาจากเขตล้านนาตอนบนลงมาจนถึงเมืองเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2502-2503 กรมศิลปากรได้ค้นพบพระเจดีย์ทุกวัดในเมืองฮอดเพื่อนำพระพุทธรูปและโบราณวัตถุทั้งหมดที่ขุดพบมาเก็บไว้เนื่องจากการสร้างเขื่อนภูมิพลเสร็จน้ำจะท่วมเมืองฮอดทั้งหมดในครั้งนั้นทางการได้ขุดพบพระแก้วมากที่สุดและเป็นการขุดค้นพบพระแก้วครั้งใหญ่ที่สุดแร่หินสีเหลืองที่นำมาสร้างพระแก้วนี้เข้าใจว่าจะนำมาจากประเทศลังกาและจีนหินเขี้ยวหนุมานที่เนื้อดีน้ำงามที่สุดที่เรียกกันว่า “จุ๊ยเจีย” ประกายแห่งพลังคนจีนโบราณถือกันว่าแก้วขาว
“จุ๊ยเจีย” สามารถป้องกันสิ่งชั่วร้ายต่อต้านอาถรรพณ์ต่างๆได้ด้วยใยพระแก้วของกรุเมืองฮอดที่ขุดได้จากกรุเจดีย์ตามวัดหลายแห่งในเขตอำเภอฮอดที่พบมากจะมีพระแก้วเนื้อสีขาวและเนื้อสีเหลืองที่ทางการได้ขุดค้นรวบรวมไว้รวมทั้งชาวบ้านได้ขุดค้นกันในระยะต่อมามีจำนวนมากพอสมควรมีขนาดใหญ่มีขนาดหน้าตัก 3 นิ้วเศษขนาดเล็ดสุด0.5 นิ้วพระแก้วของกรุเมืองฮอดที่ยังพอมีเป็นงานสร้างศิลปะด้วยวัตถุที่มีค่าที่น่าศึกษาและควรเก็บอนุรักษ์ไว้เพราะเป็นงานแกะที่ทำด้วยฝีมือของสกุลช่างเมืองฮอดแท้ๆการสร้างพระแก้วต้องใช้ทักษะและความสามารถในการวางรูปแบบที่สูงมากเป็นการสร้างที่ทำยากกว่าการหล่อพระพุทธรูปหรือทำพระเครื่องด้วยดินเผามากพระแก้วของกรุเมืองฮอดเข้าใจว่าช่างแกะด้วยกันหลายคนเพราะแต่ละองค์มีฝีมือทำได้งดงามมากมีปางสมาธิและปางมารวิชัยปางยืนก็มีบ้างแต่ละองค์มีรูปแบบในศิลปะเชียงแสนมีอายุราวพุทธศตวรรษที่21-22 อันเป็นยุคทองของเชียงใหม่ที่พุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์กำลังเจริญรุ่งเรืองในเมืองเชียงใหม่นอกจากพระแก้วที่ขุดพบแล้วยังพบพระเจดีย์แก้วบรรจุพระบรมธาตุอีกหลายองค์รวมทั้งรูปสัตว์เช่นช้างกวางหมอบนกคุ้มและภาชนะ



เครื่องใช้สอยจำลองขนาดเล็กอีกจำนวนมากสันนิษฐานว่าขณะนั้นนิยมสร้างแต่พระแก้วรวมทั้งเครื่องใช้สอยจำลองอันเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาด้วยความศรัทธาต่อสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยที่เมืองโบราณแห่งอื่นจะพบกรุพระแก้วเพียงแห่งละองค์เท่านั้นเข้าใจว่าจะเป็นพระแก้วของเจ้านายหรือบุคคลชั้นสูงสร้างขึ้นเข้าใจว่าเป็นพระชัยวัฒน์ประจำตัวหรือสร้างทำขึ้นในพิธีบวงสรวงศาสนา
พระแก้วกรุเมืองฮอดจะพบในหลายวัดด้วยกันเช่นวัดหลวงฮอดวัดศรีโขงวัดเจดีย์สูงวัดดอกเงินและวัดสันหนองฯลฯแต่กล่าวโดยรวมได้ว่าที่กรุวัดศรีโขงเป็นกรุที่พบพระแก้วมากที่สุดเพราะเป็นกรุใหญ่มากเมืองฮอดเป็นเมืองโบราณของอาณาจักรล้านนา(ปัจจุบันเป็นอำเภอฮอด)ตัวเมืองเก่าตั้งอยู่ที่บ้านวังลุงพงศาวดารโยนกชี้ว่าเมืองนี้คือท่าเชียงทองศูนย์กลางของเมืองคงอยู่ที่วัดหลวงฮอดในอดีตพระนางจามเทวีได้นำไพร่พลขึ้นมาสร้างเมืองลำพูนได้แวะพักที่ริมแม่น้ำปิงก่อนได้สถานที่แห่งนี้เป็นทำเลดีจึงได้สร้างเมืองขึ้นชื่อเมืองฮอดในปีพ.ศ.1203ได้สร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุไว้บนยอดเขาลุกหนึ่งชื่อว่าดอยเกิ้ง (ดอยฉัตร)และได้สร้างวัดรวม 99 วัด วัดพระเจ้าโท้วัดเก่าสร้างในสมัยจามเทวีนอกจากนั้นเมื่อปีพ.ศ.2513 มีผู้ขุดพบพระรอดบังภัยมีศิลปะแบบปาละเทียบได้กับพระบางวัดดอนแก้วลำพูนมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 บ่งชี้ถึงศิลปะเมืองฮอดก็เก่าถึงสมัยหริภุญไชย


         นอกจากนี้ ยังพบพระเจดีย์แก้วบรรจุพระบรมธาตุอีกหลายองค์ รวมทั้งรูปสัตว์ เช่น ช้าง กวางหมอบ และภาชนะเครื่องใช้จำลองขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา และเป็นศิลปะ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันงดงามยิ่ง

จากหลักฐานในเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์เหม็งหลายชิ้นที่ขุดพบในวัดเจดีย์สูงบอกชื่อจักรพรรดิสี่จงตรงกับ พ. ศ. 2065–2110 เครื่องถ้วยจีนชิ้นที่เก่าที่สุดพบที่วัดศรีโขงมีอายุตรงกับสมัยจักรพรรดิสี่จงปีศักราชซ้วนเต็กตรงกับปีพ.ศ. 1919-1978 การได้พบสิ่งของอื่นๆอีกจำนวนมากบอกอายุตรงกับสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนเป็นช่วงที่สมัยเชียงใหม่กำลังรุ่งเรืองทำให้รู้ว่าเมืองฮอดยังคงเป็นเมืองท่าค้าขายหรือผ่านพักของกลุ่มพ่อค้าก่อนที่จะนำสินค้าไปเมืองเชียงใหม่เชียงรายและพะเยาเมืองฮอดดำรงฐานะเป็นเมืองต่อมาอีกเป็นเวลายาวนาน

ทางวัชรมณีเราได้นำต้นแบบพุทธลักษณะแบบกรุฮอดมาแกะใหม่เพื่ออนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรม ตลอดยังส่งเสริมศิลปะทางภูมิปัญญาของคนล้านนา มิให้ศูนย์หาย

พระพุทธรูปแกะด้วยหินแก้วโป่งข่าม ทรงเครื่องทองคำ 98.5% ตรงเศียร


พระพุทธรูปแกะด้วยหินแก้วโป่งข่าม แก้วนางขวัญ



พระพุทธรูปประจำวันเกิดแกะด้วยหินแก้วโป่งข่าม 



 พระพุทธรูปแกะด้วยหินแก้วโป่งข่าม ทำฐานด้วยเงิน92.5%


                                  พระพิฆเนศแกะด้วยหินแก้วโป่งข่าม

เข้าไปดู แก้วโป่งข่าม มณีล่ำค่าแห่งล้านนา ได้ที่


https://myaccount888.blogspot.com/2017/07/blog-post.html



ร่วมเล่นเกมส์ มีของแจกฟรีครับ

เวลา 22.00น.10/07/60 - 22.00น. 11/07/60 






แจกแก้วโป่งข่าม แก้วขนเหล็กกับหมอกมุมเมืองในเม็ดเดียว 1ท่าน1เม็ดเท่านั้น ที่แสดงความคิดเห็นถูกใจว่าคุณชอบพระจุ๊ยเจียเพราะเหตุผลไร 1ท่าน

 ประกาศผล ก่อน 8โมงเช้า12/07/60 


วัชรมณี: ไพลิน

วัชรมณี: ไพลิน : ไพลิน " ไพลิน ( Blue Sapphire)"   เป็นพลอยประจำเดือนเกิดของผู้ที่เกิดเดือนกันยายน และไพลินยังถือเป็นสัญญลักษณ...